โครงการวิจัยการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการลุ่มน้ำสายบุรี

community2

ไอร์นี แอดะสง

เมื่อวันที่ 11-14 และ 18-19 กันยายน 2554 ที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณาจารย์จากคณะวิทยาการสื่อสาร คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเครือข่ายองค์กรชาวบ้านพิทักษ์ลุ่มน้ำสายบุรี ผสานความร่วมมือดำเนินงานภายใต้โครงการวิจัยการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการลุ่มน้ำสายบุรี ที่ร่วมสนับสนุนงบประมาณโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)และมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีรศ.ดร. ยุพดี ชัยสุขสันต์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวเปิดงานให้การต้อนรับ

เนื่องจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีฐานทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง แต่ปัจจุบันก็กำลังถูกรุกรานจากการพัฒนาแบบสมัยใหม่รอบด้าน โดยเฉพาะขาดการบริหารจัดการที่สมดุลยั่งยืนและขาดการมีส่วนร่วม ส่งผลต่อวิถีความเป็นอยู่  และเพิ่มความขัดแย้งรุนแรงให้มากขึ้น

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ผู้จัดการโครงการวิจัยจากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงโครงการวิจัยว่า “โครงการวิจัยฯ เน้นการศึกษาข้อมูลสภาพทรัพยากร การใช้ทรัพยากร และผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรต่อชุมชน ก่อนที่จะนำข้อมูลวิจัยดังกล่าวมาพูดคุยในระดับชุมชนและท้องถิ่นเพื่อศึกษาวิเคราะห์พัฒนาทางเลือกและแผนในระดับชุมชนและท้องถิ่นอย่างสมดุลยั่งยืนและมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย จากนั้นจึงจะเน้นสร้างกระบวนการนโยบายและโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีพัฒนาในระดับชุมชน ท้องถิ่น และในพื้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งมีพื้นที่วิจัยครอบคลุมลุ่มน้ำสายบุรี จำนวน 56 ตำบล 11 อำเภอ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้”

สำหรับโครงการวิจัยฯระยะที่ 1 นั้นได้มีการสรุปผลงานที่สำคัญพบว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สูญเสียป่าไม้กว่า 50,000 ไร่ พื้นที่พรุถูกบุกรุกมากกว่า 20,000 ไร่ และนากว่า 120,000 ไร่ ถูกทิ้งร้างเพราะไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมนั้นพบว่าความเชื่อความศรัทธาทางศาสนาของประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นมุสลิมยังมีความแข็งแกร่ง และดำเนินชีวิตด้วยหลักศาสนธรรม แต่วิถีชีวิตประจำวันก็ต้องประสบปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เกษตรกรสวนใหญ่ยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งสามารเลี้ยงครอบครัวได้ อาชีพหลัก ได้แก่ ยางพารา สวนผลไม้ รับจ้าง ค้าขาย การประมง  โดยที่เกษตรกรแม้มีทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนา แต่ก็มีประสบการณ์ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดการฐานทรัพยากร เพราะประชาชนขาดการมีส่วนร่วม

อาจารย์นุกูล  รัตนดากุล หัวหน้าโครงการภาคสนามกล่าวว่า “การทำวิจัยทำให้ได้พบกับคน มีการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆจากคน เล่าเรื่องทุกข์ ปัญหา ทำให้เกิดการแก้ปัญหาร่วมกัน  เราจะทำอย่างไรให้เกิดการเชื่อมโยงกับคนที่รู้มากกว่า ทำให้เจอเพื่อนที่ดี เกิดการบอกเล่าต่อ เกิดเป็นสำนึกและจิตวิญญาณสายบุรี ทำให้เกิดการขับเคลื่อนงาน”

ทั้งนี้ โครงการวิจัยฯคาดหวังว่าจะก่อให้เกิดแผนจัดการลุ่มน้ำสายบุรีและประชาคมที่จะช่วยกันขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ ลดความขัดแย้งด้วยการสื่อสารพูดคุยกันบนฐานความรู้ นักวิจัยชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม และสามารถนำไปปฏิบัติได้ เกิดนโยบายสาธารณะในการจัดการลุ่มน้ำสายบุรีอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบทางบวกให้ชุมชนท้องถิ่นมีความรู้สึกเชื่อมั่นในรูปแบบภาคีความร่วมมือ เกิดบรรยากาศของการอภิปรายถกเถียงเชิงวิชาการ และข้อเสนอเชิงนโยบายอื่นๆเพิ่มมากขึ้น เกิดโครงการวิจัยใหม่ๆในการเสริมองค์ความรู้ในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เกิดการเชื่อมโยงแนวคิดของการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโดยภาคีความร่วมมือให้เกิดการขับเคลื่อนในพื้นที่อื่นๆ

ขณะที่ ดร. สมพร ช่วยอารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะนักวิชาการประสานงานฝ่ายแผนชุมชนและยุทธศาสตร์จัดการลุ่มน้ำสายุบรี กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการวิจัยว่า “ดีใจที่ได้เข้ามาเรียนรู้ เริ่มต้นจากการทำการศึกษาในช่วงเกิดภัยพิบัติในพื้นที่ปัตตานี จนรู้สึกว่าความรู้จะเป็นประโยชน์จริงๆก็ต่อเมื่อเราได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน เข้าใจความรู้สึกของความเป็นชุมชนมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นความสำคัญของรากฐานเดิม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเข้าใจความสุขที่แท้จริง คือ มีกิน มีใช้ มีรักและมีความสมดุล”

community

ในด้านตัวแทนภาครัฐนั้น นางสาวนิเมาะ สาและอุเซ็ง สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า “ยินดีมาก มีความประทับใจในการมาครั้งแรก อยากให้ทำต่อไปเพื่อช่วยเหลือพี่น้องของเราที่รอคอยความช่วยเหลือในการแก้ปัญหาและถ่ายทอดรุ่นต่อไป”

นอกจากนี้เยาวชนบ้านน้ำตก อำเภอสุคิริน กล่าวว่า “ดีใจที่ได้เรียนรู้งานวิจัยในวันนี้ ทำให้รู้ว่าต้องร่วมกันพัฒนาชุมชน ไม่ใช่เฉพาะหมู่บ้านเดียว แต่รวมถึงหมู่บ้านอื่นๆด้วย ช่วยกันรักษาป่า ชักชวนเยาวชนคนอื่นๆ อยากให้วัยรุ่นมีความสนใจมากขึ้น”

และนี่คงไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจะเห็นภาพของการรวมพลังของชุมชนท้องถิ่นชายแดนใต้ ที่มาร่วมผนึกกำลังสร้างสรรค์เครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำสายบุรี โดยอาศัยกระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เกิดความเข้าใจ ก่อนที่จะนำไปสู่แผนการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: