โครงการวิจัยการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการลุ่มน้ำสายบุรี

nok

                                                                   ดิเรก  หมานมานะ

ปัจจุบันการพัฒนาจิตสํานึกสาธารณะนั้นกําลังได้รับความสนใจในแวดวงนักวิชาการด้านการพัฒนาอย่างกว้างขวาง  และประเด็นเรื่องจิตสํานึกสาธารณะนั้นยังมีความสําคัญต่อการดํารงอยู่ของสังคมภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงด้วย  (กุลทิพย์  ศาสตระรุจิ,  2551)  เนื่องจากจิตสํานึกสาธารณะเป็นความรับผิดชอบซึ่งเกิดขึ้นภายใน  คือความรู้สึกนึกคิด  ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรมที่อยู่ในจิตใจ  และส่งผลสู่การกระทําภายนอกของบุคคล ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีเหตุเกิดจากการขาดจิตสํานึกของคนส่วนใหญ่ รวมถึงปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย การสร้างจิตสํานึกสาธารณะของคนในสังคมจึงจําเป็นและมีคุณค่ายิ่ง เริ่มตั้งแต่การรับผิดชอบต่อตนเองเพื่อมิให้เกิดผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม  รวมไปถึงการกระทําโดยการมีบทบาทและมีส่วนช่วยสังคมในการรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม  เพื่อแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สังคมซึ่งถือว่าเป็นความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม

จากการศึกษาเรื่อง คุณภาพวัยรุ่น: กรณีศึกษานักเรียนสายสามัญและสายอาชีพ ในเขตกรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา จํานวน 3,000 คน โดย น.พ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (สุริยเดว ทรีปาตี, 2550)ซึ่งเป็นการศึกษาตัวชี้วัดคุณลักษณะและคุณภาพวัยรุ่นที่ได้รับการยอมรับพบว่าเยาวชนไทยประเมินตนเองว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนน้อยที่สุด ตามด้วยการได้รับมอบหมายให้ทําหน้าที่ที่มีประโยชน์และคุณค่าต่อชุมชน การมีส่วนร่วมกับเพื่อนบ้าน และการมีกิจกรรมทางศาสนา ซึ่งข้อค้นพบนี้สะท้อนถึงการขาดจิตสำนึกสาธารณะของเยาวชน โดยจิตสำนึกสาธารณะนั้น เป็นความตระหนักรู้และคํานึงถึงส่วนรวมร่วมกัน หรือการคํานึงถึงผู้อื่นที่ร่วมสัมพันธ์เป็นกลุ่มเดียวกัน และรู้จักการเอาใจใส่เป็นธุระและเข้าร่วมในเรื่องของส่วนรวมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ  มีความสํานึกและยึดมั่นในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงาม ละอายต่อสิ่งผิด เน้นความเรียบร้อย ประหยัดและมีความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ  เป็นการตระหนักรู้ในตนที่จะทําสิ่งใดเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

ดังนั้นหากจะพิจารณาประเด็นเยาวชนกับเรื่องจิตสํานึกสาธารณะนั้น เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสําคัญ  เนื่องจากเยาวชนกําลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตเพื่อเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศชาติ  อีกทั้งยังเป็นช่วงวัยที่จะได้รับประสบการณ์  โอกาส  และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์เพื่อเกิดประโยชน์ต่อตนเอง  ครอบครัว  สังคม  และประเทศชาติ ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่แวดล้อมเยาวชนปัจจุบันในด้านต่าง ๆ ซึ่งเด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าในสังคมที่ต้องเริ่มจากการปลูกฝังและพัฒนาตั้งแต่ยังเยาว์วัยผ่านกิจกรรมในรูปแบบที่เหมาะสมโดยเฉพาะเยาวชนมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในหลาย ลักษณะ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรปัญหาน้ำเสีย แผ่นดินถล่มในพื้นที่ป่าและปัญหานาร้างเป็นต้น

ดังนั้นบทความนี้จึงมุ่งเน้นที่จะแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาเยาวชนมุสลิม ให้มีจิตสำนึกสาธารณะน้ันเป็นสิ่งสำคัญและเร่งด่วน เพื่อให้เยาวชนเกิดการรับรู้ถึงคุณค่าในตัวเองและเล็งเห็นว่าตนเองสามารถสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่สังคมได้และพร้อมที่จะก้าวเข้ามาช่วยเหลือกิจกรรมทางสังคมในด้านต่าง ๆยิ่งไปกว่าน้ันคือเกิดความรู้สึกที่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชุมชนและสังคมที่ตนเองอยู่ให้ดีขึ้นโดยบทความนี้มุ่งเน้นที่เยาวชนมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุดคือประมาณร้อยละ 80ของประชากรในพื้นที่ทั้งหมดอีกทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้นั้นไม่เพียงแต่เกิดวิกฤติทางด้านความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น แต่ในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ถูกปล่อยประละเลยให้เสื่อมโทรมและก่อให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

nok2

พื้นที่  3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้เห็นภาพความจำเป็นในการปลูกฝังเยาวชนมุสลิมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเบื้องต้นจึงขอนำเสนอปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากรายงานวิจัยลุ่มน้ำสายบุรี: ชุมชน ทรัพยากร สายน้ำและความฝัน ซึ่งเป็นโครงการวิจัย การพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการลุ่มน้ำสายบุรีระยะที่ 1 ซึ่งมีพื้นที่วิจัยครอบคลุมพื้นที่ใน 3จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ยะลาและปัตตานี พบว่าประเด็นเร่งด่วนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องหาทางออกร่วมกัน (เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์และคณะ, 2553) ได้แก่ การลักตัดฟันทำลายต้นไม้ การอ้างโครงการปลูกป่า การล่าสัตว์ป่า แผ่นดินถล่มในพื้นที่ป่าต้นน้ำ การขุดลอกคูคลอง การพัฒนาระบบชลประทานในเขตลุ่มน้ำ ปัญหานาร้าง ผืนนาที่มีบิ้งหรือระบบจ่ายน้ำในนาแต่ถูกนำพื้นที่ไปปลูกปาล์มและการสร้างเชื่อนป้องกันการกัดเซาะริมตลิ่ง นอกจากนั้นยังมีประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น การคุกคามแกนนำชาวบ้าน ปัญหายาเสพติด ปัญหาการศึกษา ความขัดแย้งในท้องถิ่น ประชาชนมีทัศนคติลบต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนขาดความมั่นใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น

โดยจะเห็นได้ว่าการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติภารกิจได้เพียงรักษาชีวิตตัวเองและรักษาหน่วยงานไว้เท่านั้น ไม่สามารถปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะป่าไม้ไว้ได้ ทำให้ถูกทำลายแล้วเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณป่าต้นน้ำ บาลา-ฮาลา ในจังหวัดยะลาและนราธิวาสที่เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานีและแม่น้ำสุไหโกลก และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ 10 สถาบัน (ผู้จัดการออนไลน์, 2550) ได้ประชุมและรวบรวมปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดังกล่าว พบว่ามีหลายประเด็น เช่น ปัญหาน้ำเสียบริเวณชุมชนเขตเมืองยะลา ปัญหาการปนเปื้อนของสารหนูและตะกั่วของขุมเหมืองเก่าที่ยะลาซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำปัตตานี ปัญหากลิ่นเหม็นและอาจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งจากโรงงานยางพารา ปัญหาเรื่องตะกั่วจากเสนที่ใช้เป็นชันยาเรือ ปัญหาน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมสู่อ่าวปัตตานี ปัญหาตะกอนในอ่าวปัตตานีรวมทั้งการปนเปื้อนยาฆ่าแมลงในแม่น้ำปัตตานี เป็นต้น

ดังนั้นการลดความกดดันเรื่องการแย่งชิงทรัพยากรโดยการให้สิทธิชุมชนจัดการทรัพยากร น่าจะเป็นเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการลดความขัดแย้งในพื้นที่ ซึ่งรัฐควรให้ความสำคัญในประเด็นธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการจัดการฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง และให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการเหล่านั้น ผลคือไม่ใช่เพียงแค่ลดความรุนแรงในพื้นที่ แต่สามารถลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม เช่น การเกิดน้ำท่วมดินโคลนถล่ม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนในพื้นที่ลดลง ดังนั้นจึงไม่ใช่หน้าที่ของคนกลุ่มเดียวที่จะแก้ปัญหา คนทุกคนมีหน้าที่ปกป้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีสภาพที่สมบูรณ์และคงความสมดุลในระบบนิเวศวิทยา ทำให้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทุเลาลงโดยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาความเข้าใจของอิสลามในประเด็นสิ่งแวดล้อม เพราะมุสลิมจะยอมรับวิธีการทีอิสลามระบุไว้ อีกทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้มีพี่น้องมุสลิมเป็นจำนวนมาก มากพอที่สามารถทำอันตรายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ ถ้าหากไม่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ก็จะทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ เช่น มลภาวะของน้ำ อากาศ ดิน เสียง และสารพิษ ทำให้กระทบต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

จิตสำนึกสาธารณะ: ภารกิจสำคัญของเยาวชนมุสลิมตามหลักศาสนาอิสลาม

เนื่องจากเยาวชนถือเป็นวัยที่ทรงพลังของชีวิตมนุษย์ เปรียบเสมือนกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก หากไม่มีการควบคุมที่มีประสิทธิภาพแล้ว แทนที่กระแสน้ำดังกล่าวจะเป็นแหล่งพลังงานอันมีค่าและเป็นต้นกำเนิดของทุกชีวิตแล้ว มันอาจกลายเป็นต้นเหตุแห่งความสูญเสียและสร้างความพินาศได้ ดังนั้นอิสลามจึงตระหนักและให้ความสำคัญกับเยาวชน โดยมอบหมายให้เยาวชนปฏิบัติภารกิจสำคัญ ซึ่งสรุปได้เป็น 10 ประการดังนี้(มัสมัน มาหะมะ, 2552) 1. สร้างสำนึกแห่งความรับผิดชอบ2. มีความภูมิใจต่ออิสลาม3. ทำความเข้าใจอิสลาม4. จงเลือกเดินบนทางสายกลาง5. ต้องเข้าใจอิสลามอย่างถ่องแท้6. รับใช้สังคม7. ก้าวมารับงานดะวะฮ์ เรียกร้องเชิญชวน8. ติดอาวุธทางปัญญา9. ติดอาวุธแห่งความเชื่อมั่นและความหวัง10. ร่วมมือกันระหว่างพี่น้องมุสลิม

จะเห็นได้ว่าภารกิจสำคัญของเยาวชนมุสลิมหลายด้านเกี่ยวข้องกับ “จิตสำนึกสาธารณะ” เช่น สร้างสำนึกแห่งความรับผิดชอบคือพวกเขาต้องรับผิดชอบต่อช่วงวัยชีวิตที่มีความสำคัญนี้โดยความรับผิดชอบอันดับแรก เป็นภารกิจของเยาวชนและคนหนุ่มสาวไม่ใช่วัยแห่งการละเล่นหรือวัยแห่งการระเริง คนหนุ่มสาวเป็นช่วงชีวิตที่ต้องเป็น “ผู้ให้”  มิใช่เป็นเพียง “ผู้รับ” หรือกลายเป็นสัญลักษณ์ของความวิตกกังวล และภาระของสังคมในการบำบัดรักษาเยียวยารับใช้สังคมซึ่งเป็นงานที่ดี หลังจากที่ได้ปฏิรูปตัวเองให้เป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ ต้องหันมาสู่การรับใช้ผู้อื่น หันมาสู่การปฏิรูปผู้อื่น ต้องทำงานรับใช้สังคมที่อาศัยอยู่ สังคมต้องการความช่วยเหลือ สังคมต้องการความกระตือรือร้น อิสลามไม่อนุญาตให้ทำตัวอยู่บนหอคอยงาช้าง ถือว่าตนเองเป็น “ปัญญาชน” แต่ปล่อยให้มีคนที่ไม่รู้หนังสือ ขาดความรู้ หน้าที่ของพวกเขาต้องสอนหนังสือให้กับผู้ที่ไม่รู้ ต้องฝึกหัดคนว่างงานถ้าหากพวกเขามีความสามารถที่จะทำได้  ต้องชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้แก่ผู้คน ต้องเผยแผ่ให้คำตักเตือนแก่ผู้คน

นอกจากนั้นยังต้อง ติดอาวุธทางปัญญาเนื่องจากโลกมุสลิมถูกจัดเป็นโลกที่แตกต่างจากแต่ก่อน ซึ่งมีการเรียกว่า “โลกที่สาม” และประเทศมุสลิมบางประเทศหากมีโลกที่สี่ ก็จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้ “ความไม่รู้หนังสือ” ได้ครอบคลุมส่วนใหญ่ของประเทศมุสลิม ดังนั้นเราต้องมาสร้างความสมบูรณ์แบบในวิชาความรู้ และการสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการติดอาวุธแห่งความเชื่อมั่นและความหวังเป็นการเชื่อมั่นต่อตนเองและหวังจากพระผู้เป็นเจ้า ความเชื่อมั่นต่อวันนี้และความมั่นใจต่อวันรุ่งขึ้น เราจะไม่หมดหวัง หมดอาลัย ไม่เบื่อหน่าย เหมือนกับคนจำนวนมากในยุคนี้ เราต้องยืนหยัดอย่างมั่นคง อย่าให้ความสิ้นหวัง และ ร่วมมือกันระหว่างพี่น้องมุสลิม ได้แก่ การทำงานผูกพันและร่วมมือกันระหว่างพี่น้องมุสลิม การทำงานเพียงลำพังในการรับใช้ศาสนานี้ไม่เพียงพอ จงตัดสินใจเข้าร่วมกับพี่น้องมุสลิม หันมาทำงานกันในรูปแบบของสมาคม เพื่อจะได้สร้างความเข้มแข็งและเสริมพลังซึ่งกันและกันอย่างที่ควรจะเป็น

โดยการปลูกฝังในเรื่องจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับมุสลิมนั้น ต้องใช้หลักการของอิสลามมาใช้ เพราะจะเกิดการยอมรับได้ง่ายเนื่องจากวิถีชีวิตของมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้รับอิทธิพลของศาสนาอิสลามที่มีต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตทางสังคมวัฒนธรรมของคนไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูซึ่งวัฒนธรรมของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูที่แตกต่างจากคนไทยในภาคอื่นๆนี่เองที่ทำให้กระบวนการถ่ายทอดและปลูกฝังวัฒนธรรมมีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเองชีวิตในวัยเยาว์ของเด็กและเยาวชนชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงมีความแตกต่างจากเด็กและเยาวชนทั่วไปตามไปด้วยกล่าวคือกระบวนการถ่ายทอดค่านิยมจากคนรุ่นผู้ใหญ่สู่เด็กและเยาวชนหรือที่เรียกว่ากระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialisation) ของสังคมมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินไปในท่ามกลางบริบทของแบบแผนจารีตความคิดและความเชื่อที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมมลายูความเป็นมุสลิมและความเป็นคนไทยดังนั้นการจะปลูกฝังจิตสาธารณะในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน มุสลิมจึงจำเป็นต้องปลูกฝังผ่านคำสอนตามหลักการของศาสนาอิสลาม

เยาวชน “มุสลิม” กับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กระบวนการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและขัดเกลาทางสังคมของชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมลายูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจากแรงผลักดัน3 ประการด้วยกันได้แก่1. ความต้องการให้เด็กและเยาวชนสืบทอดวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น2. ความจำเป็นในการอบรมบ่มนิสัยเด็กและเยาวชนให้ดำรงตนอยู่ในครรลองของจริยธรรมอันดีงามตามหลักการศาสนาและ3. ความคาดหวังให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ทางสังคมในฐานะพลเมืองด้วยเหตุนี้ความคาดหวังของสังคมที่จะเห็นเด็กและเยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สืบทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นคนดีตามครรลองของศาสนามีภูมิคุ้มกันจากความเสื่อมเสียทางจริยธรรมพร้อมทั้งเป็นพลเมืองที่ตระหนักในบทบาทหน้าที่และปทัสถานของสังคมไทยจึงเป็นสาเหตุให้กระบวนการหล่อหลอมเจตคติและขัดเกลาพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับระบบและสถาบันทางสังคมในระดับต่างๆมากมาย

          โดยหลักการอิสลามที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถอธิบายได้ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เนื่องจากมีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติจากน้ำมือของมนุษย์ และการทำลายนั้นมีความรวดเร็วและ รุนแรงเกินกว่าระบบธรรมชาติจะฟื้นฟูด้วยตนเอง ดังนั้นเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องมีการรณรงค์ให้ทุกคนใน สังคมช่วยกันอนุรักษ์และมีจิตสำนึกอย่างจริงจังก่อนที่จะส่งผลกระทบเลวร้ายกว่านี้ โดยในทัศนะของอิสลาม มนุษย์คือผู้แทนของพระเจ้าซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการโลกนี้ให้เป็นไปตามความประสงค์ของพระองค์ มนุษย์เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จรรโลงสังคมสู่การพัฒนาและความเจริญ (มัสมัน มาหะมะ, 2552) ถึงแม้มนุษย์ จะมีสติปัญญาและ สามัญสำนึกในการกระทำความดี แต่บางครั้งมนุษย์ก็ถูกชักจูงโดยอารมณ์ ใฝ่ต่ำ และความต้องการที่ไม่มีที่ สิ้นสุด เป็นเหตุให้มนุษย์ยอมทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือแม้กระทั่งตนเอง ด้วยเหตุดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกฏกติกาที่สามารถโน้มน้าวมนุษย์ ให้รู้จักการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอย่างกลมกลืนและยั่งยืน

อิสลามจึงเป็นกฎกติกาสากลที่วางกรอบให้มนุษย์สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมผ่านบริบทต่าง ๆ คือ 1.อิสลามได้จุดประกายให้มนุษย์รับทราบรากเหง้าของตนเองและรับรู้ภารกิจหลักของตนเอง ที่กำเนิดบนโลกใบนี้เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะวางก้ามแสดงอำนาจตามอำเภอใจและสร้างความเดือดร้อนแก่สิ่งรอบข้างแม้กระทั่งตัวเอง 2.การแสวงหาความรู้เป็นหน้าที่หลักของมุสลิม โดยความรู้ที่ถูกต้องและสติปัญญา อันบริสุทธ์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้มนุษย์รู้จักร่วมใช้ชีวิตกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย อ่อนน้อมถ่อมตนและมีความพอเพียงที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการสันติภาพอันแท้จริง 3.มนุษย์มีองค์ประกอบที่สำคัญสามประการคือสรีระร่างกาย สติปัญญา และจิตวิญญาณ เพื่อป้องกันไม่เกิด การแยกส่วน อิสลามจึงให้ความสำคัญแก่มนุษย์ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบดังกล่าวด้วยมุมมองที่สมดุล และยุติธรรม อิสลามจึงให้ความสำคัญในการรักษาความสมดุลสิ่งแวดล้อมในร่างกายมนุษย์ 4.อิสลามสอนว่า มนุษย์คือส่วนหนึ่งของสังคมที่ไม่สามารถปลีกตัวออกจากกันได้ อิสลามจึงห้ามไม่ให้มีการรุกรานหรือสร้าง ความเดือดร้อนแก่มนุษย์ด้วยกัน ทรัพยากรมนุษย์จำเป็นต้องได้รับการรักษาและอนุรักษ์ไว้ 5.การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมด้านสังคมและสุขภาพ อิสลามส่งเสริมให้มนุษย์กระทำคุณงามความดีและสร้าง คุณประโยชน์แก่สังคมอิสลามห้ามมิให้สร้างสิ่งปฏิกูลในน้ำทั้งน้ำนิ่งหรือน้ำไหล 6.อิสลามกำชับให้มุสลิม ทุกคนมีจิตใจที่อ่อนโยน ให้เกียรติทุกชีวิตที่อยู่รอบตัวเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตมนุษย์ อิสลามจึงห้ามการทรมานสัตว์ และการฆ่าสัตว์โดยเปล่าประโยชน์ 7.อิสลามประณามการใช้ชีวิตที่สุรุ่ยสุร่าย ฟุ้งเฟ้อ

สะท้อนให้เห็นว่าอิสลามได้กำหนดว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้น พระเจ้าทรงประทานมาเพื่อมนุษย์ทุกคน ไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง ทุกคนจึงมีหน้าที่ดูแลและใช้ประโยชน์จากมันให้นานที่สุด เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ใช้เหมือนกับเรา ดังนั้นมุสลิมทุกคนจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน ต้องทำหน้าที่ในการรักษาความสมดุลของธรรมชาติที่พระเจ้าประทานลงมาให้ และต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือเป็นผู้ก่อมลพิษ โดยทุกคนสามารถที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และต้องเริ่มต้นปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะที่มีต่อการอนุรักษ์ตั้งแต่เยาวว์วัย เพื่อให้พวกเขาพร้อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานต่อไปฉะนั้นคำสอนของอิสลามจึงก้าวข้ามไปยังการจัดระเบียบให้มนุษย์รู้จักการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อมรอบข้าง โดยถือว่าเป็นภาระหน้าที่ของมุสลิมทุกคนที่ต้องรับผิดชอบและร่วมมือกันปกป้องอนุรักษ์ เพื่อพัฒนาชีวิตมนุษย์ที่ครอบคลุมและสมบูรณ์ โดยภารกิจหลักของมุสลิมคือการเอื้ออำนวยให้เกิดระบบและกระบวนการสันติสุขบนโลกนี้ที่สามารถสัมผัสได้ในชีวิตจริงนั่นเอง

_______________________________________________________________

 

บรรรณานุกรม

กุลทิพย์ศาสตระรุจ. (2551). การถอดบทเรียนกระบวนการสื่อสารของกลุ่มเยาวชนในจิตสานึก

สาธารณะ. รายงานผลการวิจัยโครงการวิจัยชุด “การสื่อสารจิตสำนึกสาธารณะ”.กทม: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

รายงานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ. (2549) บทวิจารณ์และก้าวต่อไปของเยาวชนรายงานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.).

มัสลัน มาหามะ. (2552). อิสลามวิถีแห่งชีวิต.สงขลาสถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์.

มติชนออนไลน์. (2550). 10 นักวิชาการ ชี้ 3 จว.ชายแดนใต้ ต้องเร่งฟื้นสิ่งแวดล้อม.(ออนไลน์) แหล่งที่มา: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9500000094468 (10กรกฎาคม2555)

เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์และคณะ. (2553). ลุ่มน้ำสายบุรี: ชุมชน ทรัพยากร สายน้ำและความฝัน.รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการ ลุ่มน้ำสายบุรี. นครปฐม. ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุริยเดว ทรีปาตี. (2550). ฝากอนาคตเด็กไทย.กรุงเทพฯ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ศูนย์เครือข่ายองค์ความรู้สาธารณะด้านการจัดการทุนมนุษย์. จิตสาธารณะทุนของมนุษย์ในโลกยุคใหม่ (2550) (ออนไลน์) แหล่งที่มา: http://www.thaihrhub.com/index.php/knowledge/journal-view/2007-10-22-matichon/# (8 กรกฎาคม2555)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: