โครงการวิจัยการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการลุ่มน้ำสายบุรี

Posts tagged ‘เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์’

เครือข่ายประชาชนถกปัญหาที่ดินจชต. ดันเข้าแผนงานศอ.บต.ปีหน้า

by dsj | Mon, 2012-12-24 20:20

อารีด้า สาเม๊าะ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ)

เครือข่ายประชาชนสมาคมลุ่มน้ำสายบุรีและเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานี เตรียมยื่น 4 ข้อเสนอ แก้ปัญหาทรัพยากรจังหวัดชายแดนใต้ ระยะยาว ล่าสุด ศอ.บต. รับเข้าแผนงานงบประมาณปี 2556 แล้ว

 SONY DSC

เวลา 10.30 น. วันที่ 24 ธันวาคม 2555 ทีมวิจัยโครงการพัฒนาความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสายบุรี รวมตัวกันถก 4 ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติชายแดนใต้ คือ ที่ดิน แหล่งน้ำ ทะเลและเรื่องป่าพร้อมเตรียมยื่น 4 ข้อเสนอแนวทางจัดการทรัพยากรธรรมชาติชุมชนต่อเลขาธิการ ศอ.บต. ด้านที่ปรึกษาเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำสายบุรีและลุ่มน้ำปัตตานีในฐานะแกนนำการวิจัยโครงการกล่าวว่า ประชาชนมีสิทธิในการเรียกร้องให้รัฐแก้กฎหมายที่ทับซ้อน

การประชุมในวันนี้ประกอบด้วย อาจารย์อนุกุล รัตนดากุล และดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ที่ปรึกษาเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำสายบุรีและลุ่มน้ำปัตตานี พร้อมด้วยแกนนำชาวบ้านที่ผลักดันประเด็นปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ คือ นางสาววรรณเพ็ญ อุทัย แกนนำการจัดการป่า นางประไพ นุ้ยสุวรรณ แกนนำการจัดการเรื่องน้ำ นายมะรอนิง สาและ แกนนำการจัดการชายฝั่ง และนายบาสรี มะเซ็ง แกนนำจัดการที่ดิน ร่วมนำเสนอปัญหาหลักของตนเองเพื่อเตรียมเป็นข้อเสนอต่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.)

สำหรับข้อเสนอประเด็นปัญหาทรัพยากรธรรมชาติประกอบด้วยปัญหาที่ดิน ปัญหาแหล่งน้ำ ปัญหาทะเล และปัญหาที่ถูกรวบรวมข้อมูลใหม่ล่าสุดคือ เรื่องป่า ซึ่งถูกเสนอเพิ่มเติมช่วงที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2555 ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี ซึ่งก่อนหน้านี้ ข้อเสนอนี้ได้ถูกยื่นถึงมือเลขาธิการ ศอ.บต. มาแล้วเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2555

 SONY DSC

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ กล่าวถึงแนวทางการจัดการปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นว่า ต้องอาศัยอำนาจรัฐในการแก้ไข เนื่องจากปัญหาหลักคือ นโยบายรัฐที่ประกาศใช้เกิดทับซ้อนพื้นที่ของประชาชนที่อาศัยตั้งแต่ดั้งเดิม ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้ง 4 ประเด็นมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบคร่าวๆ คือ นิคมสร้างตนเองสุคีริน พื้นที่พรุบาเจาะ พรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ชายฝั่งทะเลในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี พรุลานควาย พื้นที่ตำบลลำพะยา จังหวัดยะลา  และปัญหาการกว้านซื้อที่ดินที่กำลังเป็นปัญหาในหลายพื้นที่ในขณะนี้ ซึ่งรัฐต้องมีแนวทางจัดการอย่างชัดเจน

ดร.เพิ่มศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้เคยมีการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อ ศอ.บต. แล้วก่อนหน้านี้โดย ศอ.บต.รับไปเพิ่มในแผนงานยุทธศาสตร์ ศอ.บต. ปี 2556-2558 แล้ว แต่มีเพียงประเด็นเกี่ยวกับที่ดินเท่านั้นที่ผ่านการพิจารณา ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ทางเครือข่ายได้ยื่นข้อเสนอนี้ต่อนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในครั้งลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ พร้อมกันนี้ได้เตรียมการยื่นข้อเสนอรูปแบบการแก้ปัญหาระยะยาวสำหรับประเด็นปัญหาทรัพยากรอีกสามเรื่องอีกครั้งในวันที่ 24 ธันวาคม 2555

“ความพยายามในการยื่นเรื่องเพื่อให้รัฐดูแลประเด็นปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่เขตอุทยานนั้นดำเนินการมาตลอด บางประเด็นได้รับมติคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังไม่มีผลต่อการปฏิบัติ ทำให้หลายปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขจนถึงปัจจุบัน” ดร.เพิ่มศักดิ์กล่าว

ดร.เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจ ซึ่งต้องอาศัยการแก้ไขโดยผู้มีอำนาจในรัฐบาลเป็นผู้แก้ปัญหาในครั้งนี้

“ทางออกในระยะยาวสำหรับเรื่องนี้ รัฐต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ Co-management ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านไม่เคยมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเลย ในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายเหล่านั้นกำลังประสบปัญหา ต้นตอของปัญหาเหล่านี้ อยู่ที่การจัดการทุกอย่างที่ส่วนกลาง ซึ่งการตัดสินใจจากศูนย์กลางอำนาจ ทำให้การเข้าถึงปัญหาจากพื้นที่จริงๆ เป็นไปได้ยาก ต้องมีการกระจายการตัดสินใจลงสู่ประชาชนมากกว่านี้” ดร.เพิ่มศักดิ์ ทิ้งท้ายไว้

ล้อมกรอบ

ข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนด้านทรัพยากรธรรมชาติ

ของราษฎรสามจังหวัดชายแดนใต้

ทรัพยากรทั้งที่ดิน แหล่งน้ำ ป่าไม้และทะเล เป็นฐานชีวิตของราษฎรในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรีและพื้นที่อ่าวปัตตานี มีความเสื่อมโทรม เพราะถูกใช้อย่างทำลายจากการกระทำที่เห็นแก่ตัวและไม่ชอบด้วยกฎหมาย  การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาก็ทำได้ยากและไม่สอดคล้องกับปัญหาความต้องการของราษฎรท้องถิ่น เพราะอำนาจแก้ไขปัญหาผูกติดกับอำนาจของรัฐส่วนกลางที่ไม่เข้าใจบริบทของท้องถิ่น

การจัดการทรัพยากรตลอดจนการพัฒนาที่มีปัญหาและไม่ยั่งยืนสร้างผลกระทบกับราษฎรในท้องถิ่น กรณีที่ดินมีปัญหามากทำให้ราษฎรกลายเป็นผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ ถูกอพยพไล่รื้อ ถูกจำกัดการทำมาหากิน กรณีป่าไม้ชุมชนไม่สามารถดูแลใช้ประโยชน์ป่าที่ถูกกฎหมายประกาศเป็นที่ดินของรัฐ  กรณีทะเลมีปัญหาความสมบูรณ์ของทะเลถูกทำลายโดยผู้รักษากฎหมายไม่สามารถดูแลได้ดีเท่าที่ควรเนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายและการขาดความรู้ความเข้าใจของคนในพื้นที่เองทำให้ชาวประมงพื้นบ้านหมดทางทำมาหากิน กรณีแหล่งน้ำสร้างสิ่งก่อสร้างมากมายที่สร้างผลกระทบต่อชุมชน แทนที่จะช่วยให้มีน้ำแต่กลับทำให้ชาวบ้านขาดน้ำ น้ำท่วมหรือน้ำเค็มรุกทำนาไม่ได้ผลเกิดนาร้างมากมาย  ปัญหาที่ดินป่าไม้ทะเลและแหล่งน้ำทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนสร้างความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนและประชาชนด้วยกันเองในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรพอสรุปเป็นตัวอย่างได้ดังนี้

1. ราษฎรอำเภอบาเจาะ รวม 5 ตำบล 15 หมู่บ้าน  กินเนื้อที่ประมาณ 16,597 ไร่  3,213 ครัวเรือน เฉพาะสวนยางพารา ที่ชาวบ้านประกอบอาชีพบริเวณเทือกเขาบูโด จำนวน 1,984 ครัวเรือน เป็นเนื้อที่โดยประมาณ7,519 ไร่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนพันธุ์ยางที่มีอายุได้ ต้องสูญเสียรายได้เพื่อยังชีพในครอบครัวไปปีละกว่า ๑๖ ล้านบาท

2. สมาชิกนิคมสร้างตนเองสุคิรินกว่าครึ่งจากสมาชิกทั้งหมดประมาณ 5,436 ราย มีปัญหาไม่ได้รับเอกสารรับรองสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดิน

3. พื้นที่พรุสาธารณะ ป่าพรุเสื่อมสภาพ ทั้งพรุบาเจาะ พรุโต๊ะแดง โดยเฉพาะพรุลานควายซึ่งมีเนื้อที่กว่า6,000 ไร่ มีปัญหาการระบายน้ำและการบริหารจัดการที่ดิน ทำให้ราษฎร๑๙ ชุมชนมีปัญหาใช้ประโยชน์ที่ดินที่เคยทำมาก่อนไม่ได้

4. พื้นที่ชายฝั่งทะเล ราษฎรในเขตชายทะเลจังหวัดนราธิวาสและปัตตานีประมาณ 50 ชุมชนมีปัญหาการกัดเซาะที่ดินชายฝั่ง ต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยและที่ทำกินโดยปราศจากการช่วยเหลือเยียวยาเช่นบ้านกูโบ ต.ไพรวัลย์ อ.ตากใบ ที่อ่าวมะนาวอำเภอเมือง หาดนราทัศน์ อ่าวละเวงตำบลไทรทองตำบลดอนทรายอำเภอไม้แก่น และตำบลปะเสยะวอ ตำบลท่าด่าน ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง อำเภอสายบุรีตำบลน้ำบ่อ ตำบลบ้านกลาง  อำเภอปะนาเระ

5. พื้นที่ตำบลลำพะยา ราษฎรประมาณ74 ครอบครัวในหมู่บ้านรอบที่ตั้งอ่างเก็บน้ำ ซึ่งทำกินอยู่ในพื้นที่เก่าแก่กว่า 800 ไร่ จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากแผนการสร้างอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งจากการนำที่ดินสาธารณะประโยชน์ชุมชน 288 ไร่ ถูกนำไปให้ภาคเอกชนเช่าทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน

6. ปัญหาการกว้านซื้อที่ดิน มีผลกระทบมากต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินของชุมชน ตั้งแต่แม่น้ำตากใบถึงเขตอำเภอเมืองนราธิวาส เส้นทางตัดใหม่จากจังหวัดยะลาถึงปัตตานี และเขตอำเภอไม้แก่น อำเภอสายบุรี และอำเภอปะนาเระ

เครือข่ายประชาชนสมาคมลุ่มน้ำสายบุรีและเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานี จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือราษฎรโดยเร่งด่วนดังนี้

1. ปัญหาที่ดิน

1. สิทธิที่ดินมีปัญหาการละเมิดสิทธิ ราษฎรมีที่ดินทำกินตกทอดมาแต่ปู่ย่าตายายแต่รัฐประกาศเขตป่าทับ ทำให้ชาวบ้านไม่มีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์ เช่นกรณีชุมชนเทือกเขาบูโดฯ ปัญหาการรับรองสิทธิเช่นกรณีราษฎรในนิคมสร้างตนเองสุคิริน การละเมิดสิทธิชุมชน เช่นกรณีพรุลานควาย

2. การใช้ประโยชน์ที่ดิน ราษฎรใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ได้ เช่นนาร้างเพราะขาดน้ำ น้ำเค็มรุก หรือน้ำท่วมขัง

3 การสูญเสียที่ดินจากโครงการพัฒนาของรัฐ การกัดเซาะชายฝั่งและการกว้านซื้อที่ดิน

เสนอให้แก้ปัญหา 2 ระดับ

1) ระดับพื้นที่ ขอให้สนับสนุนการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเพื่อนำร่องแก้ปัญหาที่ดิน 6 พื้นที่ พื้นที่จัดสรรตำบลสุคิรินที่ดินชุมชนเขาบูโด-สุไหงปาดี พื้นที่พรุลานควายเขตอำเภอรามันและอำเภอทุ่งยางแดง ชุมชนชายทะเลอำเภอไม้แก่น  พื้นที่ชุมชนลำพะยา และปัญหาการกว้านซื้อที่ดิน โดยตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาซึ่งประกอบไปด้วยบุคลากรภาครัฐ สถาบันวิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และราษฎรในพื้นที่ ร่วมกันออกแบบกำหนดแผนปฏิบัติการ  3 ปีและแผนปฏิบัติการรายปี เพื่อแก้ปัญหาที่ดินในพื้นที่ให้เบ็ดเสร็จ โดย ศอ.บต ให้การสนับสนุนงบประมาณและการประสานความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ

2) ระดับโครงสร้างเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างอำนาจตัดสินใจ  โครงสร้างกฎหมาย โครงสร้างงบประมาณและโครงสร้างความคิดของบุคลากร ไปพร้อมๆกัน โดยใช้อำนาจตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 ประกาศพื้นที่นำร่องแก้ปัญหาที่ดินทั้ง 5 พื้นที่เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดย ศอ.บต.มีบทบาทเป็นหน่วยประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชนในพื้นที่ปัญหา และนักวิชาการจากสถาบันวิชาการ ร่วมกันพัฒนากรอบแนวทางการบริหารจัดการปัญหาที่ดินในเขตพิเศษ เพื่อสนับสนุนกระบวนการจัดการแก้ไขปัญหาทรัพยากรทั้งที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำและทะเลจนกว่าจะประสบความสำเร็จ

2. ปัญหาแหล่งน้ำ

มีปัญหามากมายทั้งการขุดคลองชลประทาน  การขุดลอกคลอง การสร้างสาธารณูปโภคกีดขวางทางน้ำ การขุดพรุระบายน้ำ การสร้างอ่างเก็บน้ำ  นอกจากนี้ยังมีปัญหาการจัดการบำรุงรักษาระบบคลองชลประทานที่โอนให้ท้องถิ่นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดยะลา 15 โครงการแล้วขาดงบประมาณและการบริหารจัดการทำให้กระทบต่อการทำมาหากินของราษฎรในท้องถิ่น

มีข้อเสนอให้แก้ปัญหาดังนี้

1. ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและราษฎรในท้องถิ่น ให้ศึกษาปัญหาข้อเท็จจริงในพื้นที่และเสนอแผนจัดการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลงในระดับพื้นที่

2. ตั้งคณะกรรมการทบทวนแผนงานการบริการจัดการสร้างและพัฒนาแหล่งน้ำทั้งหมดของสามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาความต้องการของราษฎรในท้องถิ่น

3.ปัญหาทะเล

ให้มีการบังคับกฎหมายการประมงโดยเคร่งครัดด้วยการ

1. การตรวจตราลาดตะเวนพื้นที่ทะเลชายฝั่งอ่าวปัตตานีอยู่เป็นประจำ โดยขอให้มีเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการประจำอยู่ตลอดเวลาและมีความพร้อมที่จะปฏิบัติการได้ทันทีที่เห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

2. ในการออกดำเนินการจับกุมผู้กระทำการประมงผิดกฎหมายให้เกิดความโปร่งใสไม่มีการทุจริตจึงขอให้เจ้าหน้าที่ประสานความร่วมมือกับราษฎรตัวแทนกลุ่มองค์กรชาวประมงในพื้นที่ ให้มีราษฎร ๒-๓ คนเข้าร่วมจับกุมเพื่อเป็นพยานรับรู้เห็นเหตุการณ์ทุกครั้ง

3. เมื่อจับกุมผู้กระทำการประมงโดยผิดกฎหมายได้ ให้ริบเรือและอุปกรณ์ที่ผู้ต้องหาใช้กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจังโดยมิต้องเห็นแก่หน้าผู้ใดที่อ้างว่าเป็นเจ้าของเรือ เพื่อมิให้มีการนำเรือดังกล่าวมากระทำประมงผิดกฎหมายอีก

4. ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการจับกุมอวนลากอวนรุนที่ทำการประมงโดยผิดกฎหมาย แต่ชาวประมงพื้นบ้านยังคงได้รับผลกระทบเครื่องมืออุปกรณ์ประมงเสียหายเนื่องจากอวนรุนอวนลาก ให้รัฐดำเนินการจ่ายค่าชดเชยค่าเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อเป็นการเยียวยาผู้เสียหายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ข้อเสนอกลไกการแก้ปัญหา เสนอให้ ศอ.บต เป็นเจ้าภาพทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ และสถาบันวิชาการ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำงานร่วมกันทุกขั้นตอน

พวกเราเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนของรัฐบาลในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชนและหน่วยงานของรัฐในการแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติในสามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งจะนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร รวมทั้งเปิดพื้นที่ความไว้วางระหว่างภาคีที่มีส่วนร่วมเเละความสงบสุขของราษฎรในสามจังหวัดชายแดนใต้ต่อไป

ด้วยจิตคารวะ

สมาคมลุ่มน้ำสายบุรีและเครือข่ายประมงพื้นบ้านอ่าวปัตตานี

๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕

Advertisements
%d bloggers like this: